Ridiculously Cute [One Shot]

Fandom: Daiya no A (Ace of Diamond)

Pairing: Furuya Satoru x Miyuki Kazuya











...เวลาอันสงบสุขยามค่ำของฉัน

มิยูกิ คาซึยะ เดินคอตกกลับมาที่ห้องตัวเอง ถอนใจแล้วถอนใจอีกนับครั้งไม่ถ้วน รุ่นน้องเจ้าปัญหา 2 คนเดินตามมาแบบไม่ฟังเสียงเจ้าของห้อง หลังจากยืนเถียงกันหน้าตู้น้ำมานานสองนาน ดันสรุปว่าจะตามมานอนห้องเขาได้ยังไงกันก็ไม่รู้

‘ขอรบกวนซักคืนนะครับ รุ่นพี่มิยูกิ’

‘ไปประลองกันด้วยโชกิในห้องรุ่นพี่มิยูกิกันต่อ ฟุรุยะ!’

เขาล่ะปวดหัวกับทั้ง 2 คนเสียเหลือเกิน ซาวามุระก็พูดอยู่คนเดียว ทำตามใจตัวเองแบบไม่ฟังความเห็นคนอื่น ส่วนฟุรุยะ เห็นเงียบๆ อย่างนั้นหัวรั้นยิ่งกว่าเสียอีก เจ้าตัวที่โดนคุราโมจิยึดห้องเล่นเกมไปไม่อยากกลับไปนอนห้องตัวเอง เลยออกมาอ่านหนังสือมืดๆ ข้างนอก สุดท้ายกลายเป็นว่าจะไปนอนค้างที่ห้องของเขา มันอะไรกันเนี่ย!


จะหลอกให้พวกนี้กลับไปห้องตัวเองยังไงดี หรือไม่งั้น... ยอมให้ยึดห้องไปซักคืนแล้วเขาแอบไปนอนที่ห้องของโอโนะจะดีกว่ามั้ยนะ ไม่ได้แน่ นี่ไม่เหมือนวันก่อนที่เขาชวนทุกคนมานอนเล่นในห้องตัวเอง ห้องของโอโนะไม่น่าจะว่าง

“พวกนาย... กลับห้องตัวเองกันไปซะ อย่าตามมารังควานกันถึงในเวลานอนสิ แค่ตอนซ้อมก็วุ่นวายกันมากพอแล้ว ให้รุ่นพี่มีเวลาพักผ่อนเป็นส่วนตัวบ้างเซ่” เขายกมือไล่ชิ่วๆ ซาวามุระทำปากยู่ยี่ ค้านหัวชนฝา

“ไม่รบกวนครับรุ่นพี่! แค่ขอใช้ห้องดวลโชกิ!”

คนฟังเกาหัวแกรกๆ ไอ้เจ้านี่พูดอะไรไปเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาจริงๆ

“บอกว่าไม่เล่นยังไงล่ะ” ฟุรุยะพึมพำเสียงเบาตามเคย ถ้าเวลาที่ทั้ง 2 คนพูดพร้อมกันจะแทบไม่ได้ยินที่ฟุรุยะพูดเลยด้วยซ้ำ “แต่ผมอยากหาที่เงียบๆ อ่านหนังสือ รับรองว่าไม่รบกวนรุ่นพี่แน่”

ฟังคำตอบแล้วเขาก็อยากกุมขมับ ไม่มีอะไรต่างจากเดิมเลยซักนิด ถึงบอกว่าไม่ก็คงตื๊อตามมาอยู่ดี คืนนี้สงสัยคงต้องทำใจล่ะมั้ง

พอเปิดประตูเข้าห้องได้ซาวามุระก็กุลีกุจอเข้าไปคว้ากระดานโชกิออกมาวางเตรียมพร้อมทั้งที่ไม่มีใครสนใจ มิยูกิปีนขึ้นเตียงชั้น 2 เพื่อเลี่ยงความวุ่นวาย ส่วนฟุรุยะยึดเตียงชั้นล่างนอนอ่านหนังสือ เจ้าของห้องรีบชิงบอก

“ราตรีสวัสดิ์” ว่าจบก็ล้มตัวลงนอนแบบไม่สนโลก

“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนซี่พวกนาย!”

“หนวกหูน่าซาวามุระ”

“อย่าหนีกันเซ่! มานอนอะไรแต่หัวค่ำ นายเป็นเด็กประถมรึไง!”

มิยูกิหูทวนลม ส่วนฟุรุยะไม่อยากออกความเห็น

“อย่ามาเมินกันนะ! ฮึ่ย...” ส่งเสียงขัดใจแล้วปีนขึ้นเตียงชั้น 2 ทำเอามิยูกิสะดุ้งจนลุกพรวด

“หวา! เจ้านี่ ลงไปเลยนะ!”

“รุ่นพี่ มาดูผมกับฟุรุยะดวลกันก่อนซี่”

ซาวามุระปีนขึ้นมาบนเตียงสำเร็จ เพราะว่าพื้นที่บนเตียงมีน้อย อีกฝ่ายเลยนั่งคร่อมเขาเสียอย่างนั้น

อุตส่าห์หนีขึ้นเตียงได้ก่อน ยังปีนตามขึ้นมาอีก หมอนี่เป็นลิงรึไง!

“บอกว่าไม่ดวลไง” เสียงฟุรุยะพึมพำจากเตียงชั้นล่าง มิยูกิยิ้มแหย โบกมือไล่ “เห็นมั้ย เลิกคิดเรื่องดวลน่า ซาวามุระ ลงไปไป๊”

รุ่นน้องแยกเขี้ยวแง่งๆ อย่างไม่พอใจ ตะโกนใส่คนที่นอนชั้นล่าง “กลัวจะแพ้รึไง ฟุรุยะ! เอาแบบนี้ดีกว่า ให้รุ่นพี่มิยูกิเป็นเดิมพัน ถ้าฉันชนะโชกิได้ พรุ่งนี้รุ่นพี่ต้องรับลูกของผม ห้ามไปรับลูกให้ฟุรุยะทั้งวัน”

ข้อเสนอไร้เหตุผลสุดๆ ใครยอมทำตามก็โง่แล้ว แต่ดันรู้สึกได้ถึงออร่าพุ่งพวยมาจากคนถูกท้า

“เฮ้ ฟุรุยะ ไหงฉันรู้สึกว่าข้างล่างมันร้อนๆ เก็บออร่าหน่อยก็ดีนะ”

“ได้เลย ฉันไม่แพ้แน่ ถ้าฉันชนะนายก็ห้ามมาวุ่นวายกับการซ้อมปาลูกของฉันกับรุ่นพี่ล่ะ”

“อย่าเอาฉันไปเกี่ยวด้วยเซ่! ใครไปตกลงกับพวกนายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!”

ไม่มีใครฟังคำพูดเขาซักคน ซาวามุระยิ้มกริ่ม ตั้งท่าจะปีนลงไปข้างล่าง มิยูกิคิดขึ้นมาว่าก็ดีเหมือนกัน ปล่อยให้เล่นโชกิกันไป กว่าจะเล่นกันจบเกมเขาก็คงหลับได้ไม่ยาก พอตื่นมาก็จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วกัน

พอตั้งใจจะมุดผ้าห่มนอนต่อ ข้อมือก็โดนจับหมับ

“รุ่นพี่มิยูกิ! ทำอะไรอยู่ล่ะครับ ลงไปนั่งดูพวกผมดวลกันสิ!”

“ไม่เอาเฟ้ย! ลงๆ ไปเลย!” เขาล่ะกลัวจะหมดความอดทนแล้วถีบเจ้านี่ตกจากเตียงชั้น 2 แต่ดันเป็นพิชเชอร์ตัวยืนคนหนึ่งของทีมเสียด้วย จะทำให้บาดเจ็บก็ไม่ได้ เว้ย เสียเปรียบชะมัด

“รุ่นพี่มิยูกิ เป็นคนนอนเร็วเหรอครับ ไม่น่าเชื่อ”

คราวนี้ไม่ได้มาแค่เสียง ฟุรุยะปีนขึ้นมาบนชั้น 2 อีกคน เจ้าตัวคงอยากมีส่วนร่วมในบทสนทนา แต่มันผิดจังหวะผิดที่เกินไปแล้ว!

“อย่าปีนขึ้นมาบนนี้อีกคนสิ ฟุรุยะ! เดี๋ยวเตียงก็พังกันพอดี” แล้วเวลานอนอันแสนสุขของฉันก็จะมลายพินาศ! อย่าหาเรื่องไปมากกว่านี้ได้มั้ยพวกนาย!

“ใช่ ใช่ นายน่ะลงไปเลย ฟุรุยะ” ซาวามุระได้ทีเยาะเย้ย ทำเอาพิชเชอร์อีกคนมุ่ยหน้า ยิ่งไล่ยิ่งยุให้พยายามปีนขึ้นมาให้ได้

“หยุด! หยุด!!! ฟุรุยะ ลงไปเลย ลงไป! ฉันก็จะลงไปนั่งดูพวกนายเล่นโชกิด้วย โอเคแล้วใช่มั้ย!”

ให้ตาย น้ำหนักแต่ละคนก็ไม่ใช่น้อยๆ เตียงในหอไม่ได้เสริมเหล็กให้คนขึ้นไปนอนกองด้วยกันนะ!

มิยูกิต้องยอมจำนนต่อคำท้าที่ซาวามุระคิดขึ้นมาใหม่ ไม่รู้ว่าคืนนี้จะได้นอนกี่โมง ถ้าเล่นเสร็จกันเร็วๆ ก็ดีน่ะสิ...

รุ่นน้องแสนดื้อทั้ง 2 คนพอใจจนได้ สรุปมิยูกิก็ต้องมานั่งดูการดวลโชกิแบบไม่เต็มใจ ขณะที่ภาวนาให้เกมจบลงเร็วๆ เขาก็ต้องแปลกใจที่ซาวามุระมีฝีมือยอดเยี่ยมจนน่าตกใจ

ฟุรุยะทำหน้ายุ่งยากขึ้นมาทันที คงแปลกใจในฝีมือการเล่นของคู่แข่ง แน่ล่ะ ใครจะไปคิดว่าคนที่ดูคิดวิเคราะห์อะไรไม่เป็น ขยับตัวตามสัญชาตญาณอยู่ตลอดเวลาอย่างซาวามุระจะเล่นโชกิที่ต้องใช้สมองตรึกตรองได้เก่งขนาดนี้

สุดท้ายแล้วซาวามุระเป็นฝ่ายชนะ เจ้าตัวกำหมัดอย่างดีใจ “ยะฮู้ว! ฉันชนะ! เป็นไงล่ะ ฟุรุยะ!”

“แพ้... แล้วเหรอเนี่ย” คนแพ้ทำหน้าหดหู่เหมือนโลกทั้งโลกทลายลงมาต่อหน้าต่อตา

“เฮ้ เฮ้ ฟุรุยะ อย่าห่อเหี่ยวขนาดนั้นสิ แค่โชกิเอง” ตบบ่าปลอบแล้วหันไปบอกซาวามุระด้วยความแปลกใจ “ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าอย่างนายจะเล่นโชกิเก่งขนาดนี้ เกินคาดสุดๆ”

คนถูกชมฉีกยิ้ม “หึหึ เห็นฝีมือแล้วใช่มั้ยล่ะ พรุ่งนี้ต้องรับลูกผมทั้งวันตามสัญญาด้วยล่ะรุ่นพี่”

มิยูกิทำหน้าเหรอหรา “เห... ไม่เคยตกลงอย่างนั้นด้วยซักหน่อยน้า” บอกปัดแล้วอ้าปากหาว ถึงจะจบเกมได้เร็วก็ยังใช้เวลาพอดู ไม่รู้ว่านี่กี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว

ซาวามุระประท้วงทันควัน “หวา! ขี้โกง! ผิดคำพูด! คนโกหก!”

ด่าก็ด่าไป ไอ้คนมัดมือชกคนอื่นตั้งแต่แรกนี่จะเรียกว่าอะไรดีหือ... เขาคิดอย่างเอือมๆ ทำหูทวนลมแล้วคลานขึ้นเตียงเดี่ยวอีกเตียง ไม่อยากเสี่ยงให้เตียง 2 ชั้นถล่มอีก

“อย่าเพิ่งนอนสิ! เฮ้! มิยูกิ คาซึยะ! เด็กประถมยังนอนดึกกว่านี้เลยนะ!”

ผ้าห่มถูกกระชากเต็มที่ แต่คราวนี้เขาเริ่มง่วงเกินกว่าจะใส่ใจ คว้าผ้าห่มกอดไว้แน่น ถึงจะเคืองที่โดนเอาไปเทียบกับเด็กประถมอีกรอบ เด็กประถมแล้วไงเล่า ถ้าจะได้นอนเร็วขึ้นโดยไม่มีคนรังควานจะยอมกลับไปเป็นเด็กอนุบาลก็ยังได้

ยื้อกันอยู่พักหนึ่ง ฟุรุยะก็ช่วยจับปลายผ้าห่มอีกคน มิยูกิเหลือบมองด้วยหางตา ...อย่าบอกนะว่าฟุรุยะก็อีกคน...

ซาวามุระยิ้มค้าง นึกว่าอีกฝ่ายจะช่วยปลุกรุ่นพี่ให้ลุก พอฟุรุยะจับผ้าห่มได้ ร่างสูงก็กระโจนลงนอนบนเตียงเดียวกัน กลายเป็นกอดเขาไว้ทั้งอย่างนั้น

“เฮ้ย! ฟุรุยะ!”

“ง่วงแล้ว”

ความสามารถพิเศษอีกอย่างของฟุรุยะคือหลับได้ทุกที่เมื่อง่วง แต่ไอ้แบบนี้... ทำเอาประดักประเดิดยังไงชอบกล เอ้อ ข้อดีอีกอย่างคือถ้าหลับแล้วไม่ว่าใครก็ทำให้ลุกขึ้นมาไม่ได้

...เป็นแบบนี้ก็ดีมั้ง เขาที่มีปฏิกิริยาเวลาโดนรบกวนทำให้ซาวามุระตื๊อไม่เลิก แต่ถ้าเป็นฟุรุยะที่ต่อให้กรอกเสียงตะโกนดังลั่นแค่ไหนก็ไม่ยอมตื่นนี่คงทำให้คนพยายามปลุกยอมแพ้ได้ไม่ยาก

“ฟังกันบ้างสิ! เมื่อกี้ฉันชนะนะ! ไหงเมินกันอย่างนี้ฟะ!”

ซาวามุระคว้าหมอนทุบใส่แบบไม่เกรงใจ เพราะว่ามีคนนอนคร่อมไว้ มิยูกิจึงรอดพ้นการถูกรบกวนไปได้มากโข อดคิดไม่ได้ว่าโชคดีชะมัด

“...รุ่นพี่มิยูกิ” ฟุรุยะกระซิบเบาแผ่ว ตอนแรกเขานึกว่าอีกฝ่ายละเมอ “...ขอบคุณครับ”

เอ๋...?

เรื่องอะไร? หืม? หรือว่าเรื่องที่บอกปัดข้อตกลงของซาวามุระที่ว่าห้ามไปรับลูกของฟุรุยะน่ะเหรอ?

หมอนี่... คิดเป็นจริงเป็นจังกับคำท้างี่เง่าของซาวามุระไปได้

มิยูกิหัวเราะเบาๆ ท่าทางฟุรุยะจะชิงหลับไปเรียบร้อยแล้วถึงแม้ว่าซาวามุระยังอาละวาดไม่เลิก เขาล่ะอิจฉาความสามารถพิเศษแบบนี้เสียจริง




-------------------------------

เตียงอุ่นจนไม่อยากลุก

มิยูกิพลิกตัวใต้ผ้าห่ม สัมผัสกับอะไรบางอย่างที่รู้ว่าไม่ใช่ผ้าห่ม ไม่ใช่หมอนข้าง ไม่ใช่อุปกรณ์บนเตียงใดๆ ทั้งสิ้น พอลืมตาขึ้นมองก็เห็นหน้าฟุรุยะอยู่ในระยะใกล้จนตกใจ เกือบอุทานออกมาดังๆ

หวา... ใกล้ไปแล้ว!

จำได้ว่าฟุรุยะขึ้นมานอนด้วยบนเตียงเดียวกัน แต่ไม่ยักอึดอัดเท่าไหร่ทั้งๆ ที่ที่แคบอย่างนี้

ว่าแต่หมอนี่... ขนตายาวชะมัด

ไม่รู้ว่าซาวามุระยอมกลับไปนอนห้องตัวเองหรือว่าไปนอนที่ไหน เขาลุกขึ้นนั่งแล้วพยายามแหงนมอง แต่รู้สึกว่าเตียงอยู่ต่ำกว่าตำแหน่งปกติ บวกกับยังขี้เกียจตื่นจนหาวหวอด เลยมุดตัวขดอยู่ในผ้าห่มอีกรอบ

คนข้างๆ ขยับตัวมากขนาดนี้แต่ฟุรุยะยังไม่มีวี่แววจะตื่น ถ้าแกล้งเขียนหน้าเขียนตาด้วยปากกาเมจิกคงสะดวกโยธิน คนมีความคิดแผลงๆ หัวเราะคิกๆ อยู่คนเดียว

น่าสนุกแฮะ... ถ้าได้แกล้งท่าทางจะตลก

คิดแล้วเปลี่ยนใจ เริ่มตื่นเต็มตา เขาลุกขึ้นจากเตียงอีกหน จะไปหยิบปากกามาเขียนบนหน้าคนนอนหลับให้สมใจ ยังไม่ทันจะก้าวลงจากเตียง แค่เอามือยันบนฟูกเพื่อลุกหนีไม่ให้โดนตัวอีกคนเขาก็เห็นความผิดปกติบางอย่าง ต้องกระพริบตาหลายๆ ครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด

ไหงมือของเขามันเล็กแค่นี้ล่ะ? แล้วไหงเสื้อมันถึงได้หลวมโพรกจนแขนเสื้อยาวขนาดนี้ เดี๋ยว... จะว่าไป พื้นที่บนเตียงดูกว้างขึ้นไปถนัดตา

หือ? หือ???

เขามองสภาพรอบตัวขณะพยายามก้าวลงจากเตียง แต่ยังไม่ทันจะก้าวข้ามตัวฟุรุยะไปได้ก็สะดุดเสียก่อน ตัวเลยล้มลงบนตัวฟุรุยะเข้าเต็มๆ

“อื้อ...”

แรงกระแทกทำให้ฟุรุยะลืมตาตื่น เขากระพริบตาปริบๆ มองหน้าคนสะลึมละลือ ยังไม่ทันจะลุกหนี แขนยาวๆ ของอีกฝ่ายก็ตวัดรวบตัวเขาแน่น

“หวา!”

“รุ่นพี่... ตัวเล็กจัง”

“ฉะ... ฉันไม่ใช่หมอนข้างนะ!”

หมอนี่ยังไม่ตื่นนี่หว่า! ละเมออยู่ชัดๆ มิยูกิพยายามดิ้นหนี แต่กำลังแขนกลับเพิ่มขึ้นมหาศาล เดี๋ยวสิ ถ้าเป็นปกติเขาน่าจะดิ้นให้หลุดได้ แล้วทำไมตอนนี้ขยับเท่าไหร่อีกฝ่ายก็ดูจะไม่สะทกสะท้านสักนิด

“เฮ้ ฟุรุยะ ตื่นเซ่!”

เขาไม่ใจเย็นพอจะนอนเฉยๆ เป็นหมอนข้างให้จนอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาเอง ฟุรุยะที่ตื่นยังไม่เต็มตาถูกรบกวนเข้าก็ต้องตื่นจนได้ เจ้าตัวหรี่ตามองเขาราวกับเคืองที่ถูกรบกวน มันฝ่ายเขามากกว่าที่ถูกบุกรุกถึงในห้องนอนน่ะ!

“กลับห้องตัวเองกันไปได้แล้ว ไปสายไม่รู้ด้วยล่ะ” เขาว่าแล้วลุกออกจากเตียง ทุกสิ่งทุกอย่างดูอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าปกติจนแปลกใจ ทั้งอย่างนั้นฟุรุยะก็ยังไม่ขยับตัว

“เฮ้ บอกให้กลับได้แล้วไง นี่ฟังอยู่รึเปล่า”

“รุ่นพี่...” ฟุรุยะจ้องเขม็งมาที่เขาเหมือนเห็นอะไรที่น่าตกใจ มิยูกิขมวดคิ้ว

จะว่าไป... พอเทียบเสียงกับฟุรุยะแล้ววันนี้เสียงเขาแหลมกว่าปกติ แต่ไมได้รู้สึกเจ็บคอ แปลกแฮะ...

คนเป็นรุ่นน้องเดินเข้ามาใกล้ ทำไมวันนี้ฟุรุยถึงได้ดูตัวสูงเป็นพิเศษ ขณะกำลังคิดงุนงง ตัวก็ถูกยกลอยขึ้นปุบปับ

“วะ... หวา! ทำอะไรน่ะ!”

มะ... หมอนี่มีแรงมากขนาดยกเขาขึ้นได้ทั้งตัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ รุ่นพี่กลายเป็นเด็กประถม”

ฟุรุยะพูดออกมาขณะจ้องมิยูกิด้วยแววตาตกตะลึง คนฟังเองแทบไม่อยากเชื่อหู แต่ความแปลกประหลาดที่สังเกตได้ตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาก็ยากจะปฏิเสธ

เด็กประถม...? เฮ้ เดี๋ยวก่อน นี่ไม่ใช่การ์ตูนแฟนตาซีนะ แล้วก็ไม่มีเครื่องมือวิเศษของโดราเอม่อนด้วย คนจะเด็กลงปุบปับในชั่วข้ามคืนได้ยังไง

“แย่ล่ะสิ แล้วจะทำให้รุ่นพี่กลับมาเป็นเหมือนเดิมยังไง”

ฟุรุยะพึมพำอยู่คนเดียว ดูเป็นเดือดเป็นร้อนยิ่งกว่ามิยูกิที่ตั้งตัวไม่ทันเสียอีก พอเห็นสีหน้าหดหู่เสียขนาดนั้นก็อดคิดไม่ได้ว่าฟุรุยะนี่ออกจะเป็นห่วงเขามากเกินไปหน่อย

“แบบนี้ก็รับลูกให้ผมไม่ได้น่ะสิ”

“ห่วงเรื่องนั้นหรอกเรอะ!”

ความซาบซึ้งของรุ่นพี่ที่มีต่อรุ่นน้องพังทลาย ในหัวจะมีแต่คำว่าอยากขว้างลูกหรือยังไงกันนะหมอนี่

เสียงพูดคุยที่ดังพอควรทำให้ซาวามุระงัวเงียตื่นขึ้นมาอีกคน ถึงจะยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงแต่เรื่องที่เขาเหลือตัวแค่นี้ขนาดฟุรุยะยกขึ้นอุ้มได้ไม่มีทางให้ซาวามุระรู้เด็ดขาด! เจ้าเด็กปากเสียนี่ต้องหัวเราะเยาะเย้ยเขาในสภาพนี้แน่

“ฟุรุยะ! ปล่อยฉันลงก่อน” คนถูกสั่งทำตามที่บอก ทั้งที่ยังตกตะลึงไม่หาย มิยูกิพุ่งพรวดไปที่ห้องน้ำ เบ้หน้าเมื่อลูกบิดประตูห้องมาสูงเท่าระดับอกทั้งๆ ที่เคยอยู่ตรงเอว “ไล่ซาวามุระออกไป ห้ามให้หมอนั่นเห็นตัวฉันด้วย เข้าใจนะ!”

ว่าแล้วปิดประตูล็อค ขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ ไม่รู้ว่าฟุรุยะจะทำตามที่ร้องขอได้มากเท่าไหร่

ภาพสะท้อนบนกระจกหน้าอ่างล้างหน้าเป็นใบหน้าของตัวเองตอนเด็กจริงๆ มิยูกิจ้องเขม็งที่หน้าของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา หรือว่านี่เป็นฝัน ลองหยิกแก้มตัวเองหนึ่งทีแล้วก็เจ็บ แปลว่านี่ไม่ใช่ฝัน... โธ่เอ๋ย แล้วจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย แคชเชอร์ตัวจริงของทีมกลายเป็นเด็กไปอย่างนี้การแข่งได้ระส่ำระสายกันพอดี เดี๋ยวสิ ก่อนหน้านั้น จะเข้าไปนั่งเรียนยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ จากเสียงเคาะแบบคนมีมารยาทโล่งใจได้เปลาะนึงว่าไม่ใช่ซาวามุระแน่นอน

“รุ่นพี่ ออกมาได้แล้วครับ”

“ไล่ซาวามะรุไปรึยัง” ถามก่อนเพื่อความแน่ใจ ฟุรุยะตอบกลับเสียงเนือยๆ

“ไล่ไปแล้วครับ”

จะไล่ไปด้วยข้ออ้างแบบไหนไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าให้ออกไปได้ก็ขอบคุณมาก มิยูกิคิดในใจแล้วเปิดประตูให้ ฟุรุยะพูดต่อทันที

“รุ่นพี่ที่ตัวเล็กน่ารักอย่างนี้ ให้คนอื่นเห็นไม่ได้หรอกครับ”

คนถูกชมได้แต่ยิ้มแกน ไม่รู้จะดีใจดีหรือไม่ในสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่ แหม คนมันหน้าตาดีมาตั้งแต่เด็กก็อย่างงี้แหละ

ถูกฟุรุยะจ้องอยู่อีกพักใหญ่ มิยูกิเป็นฝ่ายต้องหลบตา รู้อยู่หรอกว่าไอ้การกลับกลายเป็นเด็กมันเป็นเรื่องประหลาด แต่ไม่เห็นต้องจ้องกันขนาดนี่ ทำตัวไม่ถูกกันพอดี

“กะ... ก่อนอื่นต้องคิดว่าจะทำยังไงให้กลับไปแบบเดิมได้” เขากวาดตามองรอบห้อง พยายามหาเหตุปัจจัยอะไรซักอย่างที่ทำให้เกิดเหตุการณ์พิลึกพิลั่นนี้ขึ้น

“ลองคิดว่าก่อนรุ่นพี่จะกลายเป็นแบบนี้ไปทำอะไรมาดีไหมครับ” ฟุรุยะเยือกเย็นกว่าที่คิด ช่วยออกความเห็นอย่างมีเหตุผล

ไปทำอะไรมาเหรอ... ก็นอนเตียงเดียวกับนายไง... ก่อนหน้านั้นก็โดนรังควาญเลยต้องลงมานอนที่เตียงข้างล่าง อะ... หรือว่าที่เตียงนี้จะมีพลังงานเหนือธรรมชาติ! ไม่สิ ไม่น่าเป็นอย่างนั้น ฟุรุยะก็นอนเตียงเดียวกัน แต่ไม่เห็นได้รับผลกระทบอะไรเลย

“เดี๋ยวก่อน หรือว่า...”

ตอนที่โดนก่อกวนเมื่อคืนเสียจนรำคาญ โดนต่อว่าว่าเด็กประถมยังนอนดึกกว่านี้ คิดสวนในใจไปว่าถ้าจะได้นอนเร็วให้กลับไปเป็นเด็กอนุบาลก็ยังได้ หรือว่าเพราะอย่างนั้น บ้าน่า...

ความคิดบ้าบอคอแตก ไม่มีทางเป็นไปได้เพราะเหตุผลแค่นั้น

“นึกอะไรออกเหรอครับ”

“เปล่า มันงี่เง่าน่ะ”

ถ้าเป็นด้วยเหตุผลนั้น ลองอธิษฐานก่อนนอนดูว่าขอให้โตขึ้นมาเท่าเดิมแล้วจะแก้ปัญหาได้จริงๆ เรอะ

ฟุรุยะยังเอาแต่จ้องไม่เลิก มิยูกิเริ่มหงุดหงิด โพล่งออกไปเสียงดัง

“มาจ้องกันอยู่ได้ แค่กลับเป็นเด็กมันต้องมองขนาดนั้นเลยเรอะไง!”

ถึงการที่จู่ๆ กลับเป็นเด็กมันไม่ใช่เรื่องที่จะใช้คำว่า ‘แค่’ ก็ตามเถอะนะ ก็ควรจะมีลิมิตกันบ้าง ไม่ใช่จ้องเอาๆ เหมือนเขาเป็นตัวประหลาดแบบนี้

“อ๊ะ ขอโทษครับ ก็รุ่นพี่น่ารักเกินคาด จริงด้วย แบบนี้ผมก็กลายเป็นรุ่นพี่ของรุ่นพี่แทนแล้วสิครับ”

ดูเหมือนฟุรุยะจะนึกออกแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง คนฟังได้แต่ทำหน้าเซ็ง นั่นใช่ประเด็นที่นายควรสนใจเรอะ

พลันฝ่ายรุ่นน้องที่ตัวโตก็ยื่นหน้ามาใกล้จนเกือบชิด มิยูกิผงะออกโดยอัตโนมัติ

“ลองมานอนกอดกันอีกทีมั้ยครับ พอตื่นขึ้นมาอีกทีรุ่นพี่จะได้ตัวโตขึ้น”

...ถ้ามันง่ายขนาดนั้นก็คงจะดีหรอก แต่ก็ไม่รู้จะมีหนทางอื่นอีกไหม เขาในสภาพนี้ออกไปให้ใครเห็นไม่ได้แน่ จะสร้างความวุ่นวายไปทั้งหอพัก มิยูกิยังไม่ทันตอบตกลงก็ถูกฟุรุยะอุ้มขึ้นจนตัวลอย

“เฮ้ย!”

เห็นว่าตัวเล็กกว่าแล้วคิดจะอุ้มไปไหนมาไหนตามใจชอบแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!

“เดี๋ยว___ ฟุรุยะ!”

เมื่อครู่เอาแต่ตกใจเลยไม่ทันได้สังเกต ท่อนแขนของฟุรุยะแข็งแกร่งมั่นคงมากถึงขนาดนี้... ไม่น่าแปลกก็จริง อีกฝ่ายเป็นคนที่สามารถขว้างลูกได้ในความเร็ว 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทีเดียว พอลำแขนแกร่งนั้นโอบรอบตัวเข้ายิ่งทำให้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้

เจ้าบ้าเอ๊ย ยังเป็นเด็กที่ควบคุมลูกได้ไม่เป็นแท้ๆ

ตัวถูกวางลงบนฟูกนุ่มที่เดิมอีกหน อีกร่างนอนกอดเขาไว้ ใบหน้าชิดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ

กะ... ใกล้ไปแล้ว

“มาให้นอนอะไรตอนนี้ ฉันตาสว่างเต็มที่แล้ว นอนไม่หลับหรอก” เขาแย้งแล้วเขยิบตัวหนีให้ห่างออกมาอีกนิด

ฟุรุยะทำท่าคิดอยู่พักหนึ่ง “งั้น... ทำยังไงดีล่ะครับ แบบนี้ รุ่นพี่ออกไปเรียนก็ไม่ได้”

ใช่เลย เป็นอย่างที่ฟุรุยะว่าเลยล่ะ อย่าว่าแต่จะออกไปเรียนเลย เสื้อผ้าที่จะใส่ให้พอดีตัวยังไม่มี ชุดนอนยังหลวมโพรกขนาดนี้

มิยูกิย่นคิ้ว ไม่ว่าจะพยายามคิดมากเท่าไหร่ เรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้มันยากจะรับมือ

“ถ้ากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ ผมจะรอนะครับ”

“รออะไร?” มิยูกิย้อนถามก่อนจะโวยวายตบท้าย “เฮ้ อย่ามาสรุปความว่าจะกลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เอาดื้อๆ สิ!”

“รอจนกว่ารุ่นพี่จะโตอีกรอบครับ”

เชื่อเขาเลย... อย่ามาพูดเป็นการเป็นงานด้วยสีหน้าจริงจังอย่างนั้นได้มั้ย เขาก็บ้าพอกันที่ต่อบทสนทนาพรรค์นี้

“ป่านนั้น นายได้กลายเป็นนักเบสบอลมืออาชีพไปแล้วมั้ง”

“ไม่ครับ ไม่ว่ายังไงก็จะรอ ถ้าไม่มีรุ่นพี่ก็ไม่เอา”

ฟุรุยะจ้องเขม็ง เสียงทุ้มหนักแน่น ไร้วี่แววของการล้อเล่น คนฟังหน้าร้อนขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุขณะที่ใบหน้าของรุ่นน้องขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกท

“ด... เดี๋ยว ฟุรุยะ”

ใกล้มากเกินไปแล้วเจ้าบ้า!

“รุ่นพี่ น่ารักจังเลยนะครับ”

มิยูกิรู้สึกราวกับเป็นใบ้ไปชั่วขณะ ทนมองใบหน้าไร้อารมณ์ของฟุรุยะต่อไปไม่ไหวจนต้องหลับตาแน่น พลันรู้สึกถึงความอุ่นที่แนบทับลงมาเบาๆ ที่ริมฝีปาก



-------------------------------

“รุ่นพี่”

“หือ?”

“รุ่นพี่ ตื่นได้แล้วครับ สายแล้วนะ”

มิยูกิลืมตาโพลง ลุกพรวดขึ้นจนคนข้างๆ สะดุ้ง ฟุรุยะนั่งอยู่บนเตียงเดียวกัน เขาจ้องหน้ารุ่นน้องทั้งที่ความคิดยังงุนง

“รุ่นพี่?”

พอก้มมองสภาพตัวเอง ชุดนอนพอดีไม่หลวมโพรก วินาทีนั้นโล่งใจขึ้นมาทันที มิยูกิถอนใจยาว “ฝันหรอกเหรอ...”

ฝันอะไรบ้าๆ บอๆ เพราะเจ้าบ้าซาวามุระพูดคำว่าเด็กประถมซ้ำๆ แน่

ฟุรุยะยังมองด้วยสายตาสงสัย เขายกมือบอกปัดว่าไม่มีอะไร “ขอบใจที่ปลุก พวกนาย 2 คนก็กลับห้องไปได้แล้ว จริงสิ ซาวามุระตื่นรึยังเหอะ”

รุ่นน้องผู้ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากการขว้างลูกเพียงแค่ส่ายหน้าช้าๆ สุดจะคาดเดาว่าจะแปลว่า ‘ซาวามุระยังไม่ตื่น’ หรือว่า ‘ผมไม่รู้’ กันแน่ แต่ความเป็นไปได้น่าจะเป็นแบบหลัง

ฟุรุยะไม่ขยับตัวเสียที เขานึกรำคาญจึงก้าวลงจากเตียงเสียเองขณะบ่นงึมงำ พลันเสียงของฟุรุยะก็ดังแทรกขึ้น

“รุ่นพี่ น่ารักจังนะครับ”

ประโยคนั้นทำเอาคนฟังหันขวับ ไม่แน่ใจว่าหูเพี้ยนหรือเปล่า ฝ่ายคนพูดยังมีสีหน้าไม่เปลี่ยน แต่นัยน์ตาแวววาวเหมือนได้เจอเรื่องน่าดีใ

“หน้าตารุ่นพี่ตอนหลับน่ะครับ น่ารัก”

เกือบจะหน้าแดงขึ้นมากับคำพูดปุบปับ มีใครเขาชมผู้ชายด้วยคำว่าน่ารักกันบ้าง? หมอนี่สมองเพี้ยนรึไง หรือว่ากำลังละเมออยู่? เสียงนั้นสะท้อนในหัวสมอง คล้ายคลึงกับคำพูดมุ่งมั่นที่ได้ยินในฝันอย่างประหลาด

มิยูกิคว้าหมอนขึ้นปาใส่หน้า อาศัยจังหวะนั้นลุกจากเตียง แสร้งทำเป็นไม่สนใจคำพูดเพ้อเจ้อนั้น ทั้งที่หัวใจเต้นถี่รัวมากกว่าปกติอย่างควบคุมไม่ได้

...เพี้ยนกันไปหมด เขาเองก็ชักจะเพี้ยนตามไปด้วยเสียแล้วสิ

End.











ขอโทษค่ะ เป็นฟิคที่ไม่มีอะไรเลย ต่อยอดจาก Drama CD ที่ลิงเสนอให้ฟรย.ไปนอนห้องมยก.แล้วลิงก็ตามไปกะเค้าด้วย มันต้องมีอะไรต่อจากนั้นเซ่!!! การนอนของมยก.มันจะสงบสุขไม่ได้หรอก!!! แต่ก็อยากเขียนฟรย.เจอมยก.น้อยด้วย... จากที่จะให้ย้อนอดีต เลยกลายเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว งือๆๆๆ

เล่าจากมุมมยก. เลยไม่รู้นะว่าฟรย.ทำอะไรไปบ้าง อิ____อิ

นายเป็นคนฉวยโอกาสมั้ยอะฟรย.

Tags: